สิ่งที่ได้เรียนรู้
การสร้างเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นมีมาเรื่อยๆ ตั้งแต่การพัฒนาเขียน Code HTML เอง ถึงการใช้ Software ในการจัดการกับเนื้อหา ซึ่งเป็นการจัดการเนื้อหาต่างๆให้เกิดขึ้นบนหน้าเว็บได้อย่างสะดวกง่ายดาย เช่น Macromedia Dreamweaver, Page Maker เป็นต้น หรือแม้แต่การจ้างนักพัฒนามาสร้าง ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกันไป เว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นนั้นอาจจะต้องมีการติดตามเพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาด แต่ในการจ้างนักพัฒนาเว็บไซต์นั้นไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายสูงในการจ้างนักพัฒนาเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่มีการแยกเนื้อหาออกจากโครงสร้างของเว็บไซต์ ดังนั้นการที่ไม่อัพเดทหรือดูแล อาจเกิดปัญหา Link ตาย (ไม่สามารถเปิดเข้าไปใช้ได้)
ระบบบริหารจัดการข้อมูล หรือ Content Management System (CMS) เป็นระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป ซึ่งสะดวกในการใช้งาน ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม ประกอบด้วยระบบย่อยๆในตัว เช่น ระบบจัดการบทความและข่าวสาร ระบบจัดการสมาชิก ระบบจัดการค้นหา เป็นต้น
ตัวอย่าง Software ที่ใช้สร้าง CMS เช่นWordPress เดิมเป็น Software ใช้สร้างบล็อก เป็นระบบที่ยืดหยุ่น มีโปรแกรมเสริม, plug-in, theme
Drupal เก็บเนื้อหาในฐานข้อมูลในรูปแบบ dynamic แสดงผลบนหน้า web browser ผู้ใช้งานสามารถใส่comment ได้ แบ่งหน้าเว็บแบบ default เป็น3ส่วน ส่วนกลางเป็นพื้นที่สำหรับ content ส่วนข้างๆเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า sidebar ไว้สำหรับไปยัง node อื่นๆ
Google Site มี template ใช้ร่วมกันระบบฐานข้อมูลไม่ได้ แต่ใช้งานง่าย เหมือนการเขียนบล็อก
Mambo ต้นแบบ Joomla! มีการพัฒนา extension อย่างต่อเนื่อง
Joomla! ปรับแต่งตามต้องการ ฟังก์ชันเยอะ ใช้ง่ายได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน
Learning Management System (LMS) นำเสนอความรู้ จัดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น สนับสนุน e-learning เป็นเครื่องมือให้อาจารย์นักเรียนผู้ดูแลระบบ สร้างบทเรียน สร้างกิจกรรม แบบทดสอบ วัดประเมินผล ตรวจสอบ สะดวกในการจัดการเรียนการสอน e-learning
ตัวอย่าง Software ที่ใช้สร้าง LMS เช่นBlackboard เป็น license LMS เลือกบทเรียนทำแบบทดสอบ ประเมินออนไลน์ แสดงผลคะแนน ข้อจำกัด มีลิขสิทธิ์ ไม่ยืดหยุ่นให้ปรับแต่ง
TCU-LMS พัฒนาขึ้นเอง และเผลแพร่
ATutor ปรับแต่งระบบได้ตามความต้องการของผู้ใช้
Moodle เป็นOpen source ออกแบบรายวิชาได้ตามต้องการ ฟังก์ชัน การเรียนการสอน จำกัด มีโครงสร้างตายตัว สามารถปรับแต่งให้สวยงามได้
Learnsquare พัฒนาโดย nextech เรียนรู้ได้ตามอัธยาศัยในรูปแบบสื่อมัลติมีเดีย โต้ตอบได้เสมือนห้องเรียนปกติ พัฒนาด้วยคนไทย
การติดตั้ง AppServ ซึ่งเป็นโปรแกรมติดตั้งสิ่งต่างๆที่ Joomla! ต้องการ จำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็น server และการติดตั้งฐาน MySQL Database เพื่อใช้ทดสอบการทำงานของ Joomla! ในเครื่องcomputer
การใช้งาน Joomla! จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ front-end และ back-end ซึ่งจะเป็นการแสดงผลของหน้าที่แสดงให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ และ หน้าสำหรับผู้จัดการระบบ ตามลำดับ การทำงานของ Joomla! เกี่ยวกับบทความนั้น จำเป็นต้องสร้าง Section > Catagory >Article ตามลำดับ เหมือนเป็นการจัดเก็บไฟล์เอกสารแยกตามแฟ้มเอกสารต่างๆ การกำหนดค่าการแสดงผลใดๆก็ตามต้องกำหนดสิ่งๆนั้นเป็นค่า Default เช่น การกำหนดTheme การกำหนดรูปแบบอักษร เป็นต้น แม้แต่การโหลดplug-in ต่างๆเข้ามาเสริมใน Joomla! ก็สามารถทำได้และไม่ยากเลย อีกทั้งยังสามารถช่วยให้เว็บไซต์ที่ออกแบบมานั้นมีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย
สิ่งที่ต้องเตรียมมา
- เตรียมPresent WebQuest
- ตกลงตัดสินใจเรื่องProjectที่2
ข้อเสนอแนะ
- วันนี้อดพรีเซ้นเว็บเควสท์ที่ทำมา เลื่อนเป็นสัปดาห์หน้า รอกันต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น